ข้ามไปเนื้อหาหลัก
มหาปทุมชาดก (Maha Paduma Jataka)
ชาดก 547 เรื่อง
192

มหาปทุมชาดก (Maha Paduma Jataka)

Buddha24ทุกนิบาต
ฟังเนื้อหา

มหาปทุมชาดก

กาลครั้งหนึ่งนานแสนนานมาแล้ว ณ แคว้นอันอุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่ง มีกษัตริย์พระองค์หนึ่งทรงพระนามว่า 'พระเจ้ามหาปทุม' ทรงเป็นกษัตริย์ผู้ทรงทศพิธราชธรรม ปกครองอาณาประชาราษฎร์ด้วยความยุติธรรม เป็นที่รักและเคารพของทวยราษฎร์ทั้งปวง พระองค์ทรงมีพระมเหสีผู้เลอโฉมและเปี่ยมด้วยคุณธรรมนามว่า 'พระนางมัทรี' ทั้งสองพระองค์ทรงครองคู่อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข และทรงมีพระโอรสธิดาอันเป็นที่รัก

วันหนึ่ง ขณะที่พระนางมัทรีประทับอยู่ ณ พระราชอุทยานอันร่มรื่น ทรงทอดพระเนตรเห็นดอกบัวหลวงดอกหนึ่ง ผลิบานอย่างสวยงาม ทรงประทับใจในความบริสุทธิ์ผุดผ่อง และกลิ่นหอมอันประณีตของดอกบัวนั้น จึงตรัสถามเหล่าข้าราชบริพารว่า "ดอกบัวอันงามสง่านี้นามว่าอะไร"

ข้าราชบริพารกราบทูลว่า "เป็นดอกบัวหลวงพระเจ้าข้า"

พระนางมัทรีทรงแย้มพระสรวล และตรัสว่า "หากเรามีบุตรชาย เราจะตั้งนามเขาว่า 'ปทุมกุมาร' หากมีบุตรหญิง เราจะตั้งนามเขาว่า 'ปทุมมาเทวี'"

ต่อมา พระนางมัทรีทรงมีพระครรภ์และประสูติพระโอรสองค์น้อย พระกุมารทรงมีพระพักตร์ผ่องใสราวกับดอกบัวแรกแย้ม สมดังพระประสงค์ของพระมารดา จึงได้รับการขนานนามว่า 'ปทุมกุมาร' ปทุมกุมารทรงเจริญวัยขึ้นมาท่ามกลางความรักและความเอาใจใส่ของพระบิดา พระมารดา และเหล่าข้าราชบริพาร พระองค์ทรงเป็นกุมารที่ฉลาดเฉลียว มีรูปโฉมงดงาม และมีพระทัยอ่อนโยน

ครั้นปทุมกุมารทรงเจริญวัยจนเป็นหนุ่ม พระบิดาคือพระเจ้ามหาปทุม ก็ทรงเล็งเห็นว่าปทุมกุมารทรงมีคุณสมบัติเพียบพร้อมที่จะสืบทอดราชสมบัติ จึงทรงตั้งปทุมกุมารเป็นอุปราช และทรงสอนราชการแผ่นดินให้แก่พระองค์

แต่แล้ว โศกนาฏกรรมก็บังเกิดขึ้น เมื่อพระนางมัทรี พระมารดาของปทุมกุมาร ทรงประชวรหนักและเสด็จสวรรคตไปอย่างกะทันหัน พระเจ้ามหาปทุมทรงเสียพระทัยอย่างสุดซึ้ง พระองค์ทรงรักพระนางมัทรีมาก และไม่สามารถทนรับความสูญเสียอันใหญ่หลวงนี้ได้

ด้วยความโศกเศร้า พระเจ้ามหาปทุมทรงพระประชวรตามพระมเหสีไป และในที่สุดก็เสด็จสวรรคตตามไปอีกพระองค์หนึ่ง

ปทุมกุมารทรงรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบพังทลายลง พระองค์ต้องสูญเสียทั้งพระบิดาและพระมารดาอันเป็นที่รักไปในเวลาอันใกล้ชิด ความโศกเศร้าถาโถมเข้ามาจนยากจะรับไหว แต่ด้วยพระสติปัญญาและความเข้มแข็งของพระองค์ พระองค์ทรงพยายามรวบรวมสติ

เมื่อทรงปลงพระศพของพระบิดาและพระมารดาเรียบร้อยแล้ว ปทุมกุมารทรงขึ้นครองราชสมบัติแทนพระบิดา พระองค์ทรงปกครองอาณาจักรด้วยความยุติธรรมและเมตตาเช่นเดียวกับพระราชบิดา แต่ในพระทัยของพระองค์กลับเต็มไปด้วยความทุกข์ระทม

วันหนึ่ง ขณะที่พระองค์ประทับอยู่ ณ พระราชอุทยาน ก็ทรงทอดพระเนตรเห็นสระบัวอันใหญ่โต มีดอกบัวบานสะพรั่งอยู่เต็มสระ ทรงเห็นดอกบัวสีแดง ดอกบัวสีขาว ดอกบัวสีชมพู แข่งกันชูช่ออวดความงาม

พระองค์ทรงรำลึกถึงพระมารดา และคำพูดของพระมารดาที่เคยตรัสถึงดอกบัวหลวง "หากเรามีบุตรชาย เราจะตั้งนามเขาว่า 'ปทุมกุมาร'" ความทรงจำอันเจ็บปวดพลันย้อนกลับมา

พระองค์ทรงคร่ำครวญว่า "โอ้ ดอกบัวอันงามสง่า แม้เจ้าจะสวยงามเพียงใด แต่เจ้าก็ยังต้องถูกเด็ดออกจากกอ และเหี่ยวเฉาไปในที่สุด เช่นเดียวกับพระมารดาและพระบิดาของข้า ผู้ที่ครั้งหนึ่งเคยทรงมีชีวิตรุ่งเรือง แต่สุดท้ายก็ต้องจากโลกนี้ไป"

ด้วยความเศร้าโศกถึงที่สุด ปทุมกุมารทรงตัดสินพระทัยว่า จะไม่ยอมให้สิ่งใดมายึดติดผูกพันอีกต่อไป พระองค์จะออกผนวชเพื่อแสวงหาหนทางแห่งการพ้นทุกข์

พระองค์ทรงสละราชสมบัติ ให้แก่พระญาติที่ทรงไว้วางใจ แล้วเสด็จออกผนวชในป่าอันไกลโพ้น

ตลอดระยะเวลาแห่งการทรงผนวช พระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญเพียรอย่างเคร่งครัด ทรงศึกษาธรรมะอย่างลึกซึ้ง และทรงพิจารณาถึงไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

ทรงเห็นว่าสรรพสิ่งทั้งหลายล้วนไม่เที่ยงแท้ (อนิจจัง) มีความเปลี่ยนแปลงไปเป็นธรรมดา แม้แต่วัตถุที่ดูมั่นคงแข็งแรง ก็ย่อมเสื่อมสลายไปในที่สุด

ทรงเห็นว่าการยึดติดในสิ่งใดๆ นำมาซึ่งความทุกข์ (ทุกขัง) เมื่อสิ่งที่รักปรารถนาพลัดพรากไป ก็ย่อมเกิดความเศร้าโศกเสียใจ

และทรงเห็นว่าสรรพสิ่งทั้งหลายล้วนไม่มีตัวตนที่แท้จริง (อนัตตา) ไม่สามารถบังคับบัญชาให้เป็นไปตามปรารถนาได้

ด้วยการพิจารณาธรรมะอย่างแยบคายนี้เอง ทำให้พระโพธิสัตว์ทรงบรรลุธรรมอันยิ่งใหญ่ ทรงหลุดพ้นจากกิเลส เครื่องเศร้าหมองทั้งปวง

พระองค์ทรงบรรลุพระนิพพาน ทรงดับทุกข์ทั้งปวงได้สำเร็จ

— In-Article Ad —

💡คติธรรม / ข้อคิด

การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักเป็นเรื่องทุกข์ แต่หากเราสามารถมองเห็นความจริงของสรรพสิ่งตามความเป็นจริง คือ ความไม่เที่ยง (อนิจจัง) ความเป็นทุกข์ (ทุกขัง) และความไม่มีตัวตน (อนัตตา) เราจะสามารถปล่อยวางความทุกข์ และพบกับความสงบที่แท้จริงได้ การออกบวชและการบำเพ็ญเพียรเป็นหนทางหนึ่งที่จะนำไปสู่การหลุดพ้นจากทุกข์.

บารมีที่บำเพ็ญ: วิริยบารมี, ปัญญาบารมี, ขันติบารมี

— Ad Space (728x90) —

นิทานชาดกเรื่องอื่นที่น่าสนใจ

สารัททชาดก
109เอกนิบาต

สารัททชาดก

สารัททชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในยุคที่พระพุทธเจ้ายังทรงดำรงอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร กรุงสาวัตถี...

💡 ความกตัญญูกตเวทีเป็นคุณธรรมอันสูงส่ง การทำความดีและอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้มีพระคุณที่ล่วงลับไปแล้ว ย่อมส่งผลบุญไปถึงพวกเขา ช่วยบรรเทาความทุกข์ทรมาน และเป็นเครื่องเตือนใจให้เราหมั่นทำความดีอยู่เสมอ

เมฆชาดก
93เอกนิบาต

เมฆชาดก

เมฆชาดกณ เมืองโกสัมพีอันรุ่งเรือง ในอดีตกาล พระโพธิสัตว์ได้เสวยพระชาติเป็นพระราชาผู้ทรงปรีชาสามารถ พ...

💡 การฝึกฝนจิตใจให้เข้มแข็ง คือหนทางสู่การเอาชนะความกลัว และนำมาซึ่งความสงบสุข.

สิริธนชาดก
294ติกนิบาต

สิริธนชาดก

สิริธนชาดก ณ แคว้นมคธ อันรุ่งเรืองไปด้วยศาสนาและศิลปะ ประชาชนอยู่อย่างผาสุกภายใต้ร่มเงาแห่งธรรม กาล...

💡 นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ความตระหนี่ถี่เหนียวเป็นกิเลสที่นำมาซึ่งความทุกข์ทรมาน การแบ่งปันและช่วยเหลือผู้อื่น คือหนทางแห่งความสุขที่แท้จริง ทรัพย์สมบัติที่เรามีนั้น หากไม่รู้จักแบ่งปัน ก็เป็นเพียงสิ่งของที่ไร้ค่าและนำมาซึ่งโทษ

กุรุงคชาดก
70เอกนิบาต

กุรุงคชาดก

กุรุงคชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่พระพุทธเจ้าของเรายังทรงเป็นพระโพธิสัตว์ เมื่อครั้งที่พระ...

💡 แม้จะอยู่ในสถานการณ์อันตราย ก็ไม่ควรละทิ้งความเมตตาต่อผู้อื่น และการเสียสละเพื่อผู้อื่นย่อมนำมาซึ่งผลดีในที่สุด

สิวกิชาดก
149เอกนิบาต

สิวกิชาดก

สิวกิชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นกาสี มีพระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นสิวกิราชาธิราช พระองค์ทรง...

💡 นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การที่เราจะได้เห็นคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่ หรือความสุขที่แท้จริงนั้น บางครั้งเราอาจจะต้องลองก้าวออกจาก Comfort Zone ของตัวเอง ลองไปสัมผัสชีวิตในมุมที่แตกต่าง เพื่อที่จะได้เข้าใจถึงความทุกข์สุขของผู้อื่น และเกิดความเห็นอกเห็นใจ อันจะนำไปสู่การช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ซึ่งการช่วยเหลือผู้อื่นนั้น คือความสุขที่ยั่งยืนและประเสริฐที่สุด

สุธนุมหาชาดก
250ทุกนิบาต

สุธนุมหาชาดก

สุธนุมหาชาดกณ ดินแดนอันไพศาล ซึ่งมีนามว่า แคว้นมัทรา บริเวณที่ราบอันกว้างใหญ่ มีเมืองหลวงชื่อว่า เมื...

💡 ความกล้าหาญที่มาพร้อมกับความมุ่งมั่นในการทำความดี ย่อมสามารถเอาชนะอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ได้ และการปกป้องผู้อื่นคือหน้าที่อันประเสริฐ

— Multiplex Ad —